มาเขียนเว็บเพจติดต่อกับทวิตเตอร์ด้วย ASP.NET กันเถอะ (ตอนที่ 1)


ปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับนะครับว่าเทรนด์ของการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งาน“เครือข่ายสังคม” หรือที่เรามักจะได้ยินใครๆเรียกทับศัพท์เสมอๆ ว่า social network เนี่ยมาแรงมาก (ความจริงเค้าแรงมานานแล้ว) เครือข่ายสังคมเหล่านี้ที่ดังเปรี้ยงปร้างและเราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น H!5, Facebook, Twitter, Flickr, MySpace และอีกมากมาย

เดิมทีผู้ที่เข้ามาใช้งานเครือข่ายสังคมเหล่านี้ก็คือบุคคลธรรมดาทั่วๆไปเราๆท่านๆนี่แหละ แต่ด้วยกระแสความแรงของเค้า เดี๋ยวนี้เราคงจะเห็นองค์กรธุรกิจหลายๆองค์กร ก็เริ่มนำเอาตัวองค์กรเข้าไปร่วมอยู่ในเครือข่ายสังคมเหล่านี้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อใช้ในการสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นการสร้าง brand loyalty ให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น1 asterisk (asterisknow, asteriskpbx — asterisk เป็นผลิตภัณฑ์ IP-PBX ที่เป็น opensource), hp (มีทั้ง hpnews และ hpdirect), Microsoft (Microsoft, Office, SharePoint, msdn, …), TechNet Magazine (TechNetTips), Oracle (Oracle, OracleDatabase, oraclemix, …), IBM (ibmdesign, ibmcognos, ibmstorage, IBMSWNewsletter, LotusTechInfo, LotusKnows, OpenIBM, db2, …), P&G (PGNewsUS, …), Testco Lotus (tescolotus–เทสโก้โลตัสประเทศไทย), Carrefour (carrefournews, …) เป็นต้น

(หมายเหตุ: 1 ทวิตเตอร์ไซต์ที่ยกตัวอย่างมาผมเองไม่แน่ใจว่าทั้งหมดนี้จะถูกสร้างโดยบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เองโดยตรงหรือไม่นะครับ แต่ถ้าหากไม่ใช่ก็อาจจะเป็นกลุ่มผู้ใช้หรือกลุ่มลูกค้าที่มี loyalty กับผลิตภัณฑ์นั้นๆเป็นผู้สร้างขึ้นมา)

สำหรับบทความคราวนี้ ผมจะพูดเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมเครือข่ายหนึ่ง ที่โด่งดังมากๆในช่วงหลายปีหลังนี้ และมีสมาชิกมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งผมเองก็ใช้บ่อยเป็นพิเศษ ค่าที่มันสะดวก แค่พิมพ์ตัวอักษรไม่มากนัก ก็สามารถส่งข่าวสารให้กับกลุ่มเพื่อนได้ไม่ยากแล้ว ครับ! เครือข่ายสังคมที่ว่านี้คือ"ทวิตเตอร์"นั่นเอง แต่ว่าในฐานะที่เป็นนักพัฒนาเว็บไซต์คนหนึ่ง ผมคงไม่มาเขียนว่าจะเข้าไปสมัครอย่างไร ใช้งานอย่างไรนะครับ เพราะมันจะหน่อมแน้มไปหน่อย อีกประการขืนเขียนอะไรอย่างนั้น ท่านผู้อ่านคงก่นด่าบรรพบุรุษผมเป็นแน่ ดังนั้นสิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้จะเป็นเรื่องที่ "แอ๊ดวานซ์" ขึ้นมาอีกนิดนะครับ นั่นคือการไป"ดึง"เอาข้อความที่เราทวีต หรือที่เพื่อนๆเราทวีต หรือจากบุคคลอื่นที่เราไปติดตามทวีตของเขา จากทวิตเตอร์มาปะลงบนหน้าเว็บของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถส่ง“ทวีต”จากหน้าเว็บของเราไปบันทึกไว้บนทวิตเตอร์ได้ด้วย

สำหรับการเขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อกับทวิตเตอร์นั้นเราสามารถใช้ Twitter API ซึ่ง API ตัวนี้มีการออกแบบโดยใช้หลักการของ REST (REST –Representational State Tranfer) ซึ่งการทำงานนั้นจะดำเนินการผ่าน HTTP โดยที่ไคลเอนต์ หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้น จะส่ง request ในรูปแบบของ XML message ไปยังทวิตเตอร์เซอร์ฟเวอร์ และเซอร์ฟเวอร์ก็จะส่ง response กลับมายังไคลเอนต์ในรูปแบบ XML message เช่นกัน ซึ่งใน response message จะประกอบไปด้วยข้อความที่ทวีตและข้อมูลอื่นๆ (เช่น ผู้ส่งหรือ screen name, วัน-เวลาที่ส่ง เป็นต้น) จะเห็นได้ว่า ด้วย Twitter API เราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่ออ่านและส่งทวีตระหว่างโปรแกรมของเราและทวิตเตอร์เซอร์ฟเวอร์ผ่าน HTTP ได้ แต่ว่าเราต้องเขียนโปรแกรมเพื่อสร้าง XML message สำหรับการส่ง request และอ่านข้อมูลจาก response message ที่ตอบกลับมาจากทวิตเตอร์เซอร์ฟเวอร์เอาเอง ซึ่งเป็นงานที่หนักพอสมควร โดยเฉพาะสำหรับผมที่ไม่ค่อยจะคุ้นกับการสร้างและอ่านข้อมูลในรูปแบบของ XML เท่าไรนัก

แต่…    ครับ แต่… เหมือนพระเจ้ามาโปรดเลยครับ เพราะว่าขั้นตอนยุ่งยากในการจัดการกับข้อความรูปแบบ XML ด้วยตัวเองนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากเรามี Twitter API Library สำหรับภาษาโปรแกรมต่างๆ หรือสำหรับเฟรมเวอร์กต่าง ที่ถูกสร้างโดยชุมชนนักพัฒนามากมาย ทำให้ปัจจุบันนี้เราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อกับทวิตเตอร์ได้อย่างง่ายดาย และในบทความนี้ ผมจะขอแนะนำ Twitterizer ซึ่งเป็น Twitter API Library ตัวหนึ่ง บน .NET เฟรมเวอร์ก และเป็น API Library ที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับหรับนักพัฒนา ASP.NET มือใหม่หัดขับอย่างเราๆ ที่จะพัฒนาเว็บไซต์ให้เริ่ดหรูดูมีชาติตระกูลขึ้นมาได้ ที่สำคัญเจ้า Twitterizer นี้แจกฟรี และเป็น opensource API Library ซึ่ง โค้ดของ library เองอยู่ภายใต้ New BSD License ครับ

มาเริ่มกันเลยครับ เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลด Twitterizer .NET API Library (ณ ขณะที่เขียนบทความนี้อยู่ ไลบรารี่ตัวอยู่เป็นรุ่น 1.0.1.149) โดยไปที่เว็บไซต์ http://code.google.com/p/twitterizer และดาวน์โหลดมาได้เลยครับ ไฟล์ไม่ใหญ่มากครับ ขนาดประมาณแค่ 26 KB เท่านั้นเอง เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วก็จัดการแตกไฟล์ออกมา ซึ่งเราจะได้ไฟล์มาสองไฟล์คือ Twitterizer.Framework.dll และ Twitterizer.Framework.pdb

โม้มากไปนิด หมดพื้นที่เสียแล้วครับ ผมไม่อยากเขียนบทความให้ยาวมากๆ เพราะจะอ่านลำบาก โดยเฉพาะต่อจากนี้จะเป็นโค้ดและการอธิบายโค้ดด้วย สงสัยคงต้องมีต่อภาคสอง ภาคสามแหงๆ เลยครับ สำหรับท้ายบทความตอนที่ 1 นี้ จะขอนำรูปภาพหน้าจอของโปรแกรมมาใหดูเป็นการยั่วกิเลสกันก่อนสักหน่อยล่ะครับ

myTwitter  

CREDIT : Scott Mitchell, “Integrating Twitter Into An ASP.NET Website”, http://www.4guysfromrolla.com/articles/021710-1.aspx

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s