อวสานราชวงศ์ฮั่น-ปฐมบทสามก๊ก


ราชวงศ์ฮั่น (汉朝) สถาปนาโดยพระเจ้าฮั่นเกาจู่ หลิวปัง เมื่อประมาณก่อนคริสตศักราช 202 ปี หรือราวๆพ.ศ. 337 หลังจากรบชนะเซี่ยงหวี่แห่งแคว้นฉู่ที่เรียกตัวเองว่าฉู่ป้าหวาง (คนไทยเราจะรู้จักในชื่อฌ้อปาอ๋องมากกว่า — ถ้าผมจำไม่ผิดจะมาจากพงศาวดารจีนเรื่องไซฮั่น) โดยตั้งเมืองหลวงอยู่ที่นครฉางอัน (长安 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าเมืองเตียงอัน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิมของราชวงศ์ฉิน และเนื่องจากมีเมืองหลวงคล้อยมาทางตะวันตก นักประวัติศาสตร์จึงเรียกว่าฮั่นตะวันตก ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกนี้มีกษัตริย์ 12 พระองค์ ปกครองแผ่นดินเป็นเวลาสองร้อยกว่าปีก็สิ้นสุดลง โดย หวางหม่าง (คนไทยเราจะรู้จักในชื่ออองมังมากกว่า) ซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดาของฮั่นเฉิงตี้ และมีตำแหน่งทางทหารระดับสูง หวางหม่างได้ก่อตั้งราชวงศ์ซินขึ้นโดยยึดอำนาจจาก หยูจื่ออิง ซึ่งเป็นฮ่องเต้เด็ก แต่เนื่องจากนโยบายการปกครองที่ผิดพลาด จึงก่อให้เกิดกบฏชาวนาขึ้นทั่วไป และในท้ายที่สุดราชวงศ์ซินก็ถูกล้มล้างโดยหลิวซิ่วซึ่งเป็นทายาทของราชวงศ์ฮั่นนั่นเอง

หลิวซิ่วก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นใหม่เมื่อราวปี ค.ศ. 25 มีพระนามว่าพระเจ้าฮั่นกวงอู่ โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองลั่วหยาง (洛阳 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าเมืองลกเอี้ยง) เนื่องจากเมืองหลวงคล้อยมาทางทิศตะวันออก นักประวัติศาสตร์จึงเรียกว่าฮั่นตะวันออก ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกมีกษัตริย์ 13 พระองค์ ปกครองแผ่นดินต่อมาราวสองร้อยปีก็สิ้นสุด เกิดเป็นยุคสามก๊กอีกประมาณหกสิบกว่าปี แผ่นดินจีนจึงได้รวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งในราชวงศ์จิ้นตระกูลซือหม่า (司马 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่า สุมา)

ในช่วงปลายยุคฮั่นตะวันออกนับตั้งแต่พระเจ้าฮั่นเหอตี้ก็เผชิญกับปัญหาการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างพระญาติกับพวกขันที เนื่องจากฮ่องเต้นั้นขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการซึ่งก็มักจะเป็นบรรดาพระญาติทั้งหลาย และส่วนใหญ่ก็เป็นญาติข้างแม่ ผมละแปลกใจ ทำไมไม่ค่อยจะมีญาติข้างพ่อบ้างนะ หรือโดนกำจัดเสียเหี้ยนเมื่อตอนครองราชย์ก็ไม่รู้แฮะ ทีนี้เมื่อฮ่องเต้มีพระชนมายุมากพอที่จะว่าราชการเองได้ พวกพระญาติเหล่านี้ก็มักไม่ยอมคืนพระราชอำนาจให้ อย่างว่าแหละครับ อำนาจอยู่ในมือ ใคร้มันจะไปอยากปล่อยออกไป จริงมั้ย ดังนั้นฮ่องเต้ก็ต้องใช้พวกขันทีนี่แหละ ให้ช่วยปราบบรรดาพระญาติเหล่านี้ พอปราบพระญาติลงได้ ขันทีก็กลายเป็นฝ่ายมีอำนาจครอบงำฮ่องเต้แทน พวกปัญญาชน ขุนนาง ขุนศึกก็ไม่พอใจ ก็ยกกันมาปราบขันที ปราบกันไปปราบกันมาอย่างนี้แหละ บ้านเมืองก็เริ่มวุ่นวาย ซ้ำร้ายในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นหลิงตี้ (汉灵帝 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าพระเจ้าเลนเต้) ซึ่งพวกขันทียังเรืองอำนาจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ซึ่งมีอยู่ 10 คน เรียกรวมๆกันว่าสิบขันที (十常侍) และ 1 ในสิบขันทีนี้ พระเจ้าหลิงตี้ยังเรียกว่า"บิดาบุญธรรม"เสียอีก ดังนั้นพวกขันทีจึงได้ใจ เที่ยวป่วนการบริหารบ้านเมืองเสียจนมั่วซั่วไปหมด นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายตำแหน่งขุนนางอย่างกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยพวกขันทีนี่แหละ ว่ากันว่าหลิงตี้เป็นผู้กำหนดราคาด้วยพระองค์เองเสียด้วยซ้ำ และเนื่องจากการรับราชการต้องใช้จ่ายเงินมากมายมหาศาล คนที่ได้เป็นขุนนางก็ต้องเอาคืน โดยฉ้อราษฎร์บังหลวงและรีดนาทาเร้นเอากับประชาชนตาดำๆ จนในที่สุดประชาชนก็ทนไม่ไหว ก็เลยเกิดกบฏโจรโพกผ้าเหลือง (黄巾之乱) นำโดยจางเจี่ยว (张角 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าเตียวก๊ก) ซึ่งเป็นสาวกลัทธิเต๋านิกายไท่ผิง (太平道)

เมื่อเกิดเหตุวุ่นวายอย่างนี้ ทางการเลยต้องอนุญาตให้บรรดาผู้ครองแคว้นและพวกขุนศึกตามหัวเมืองต่างๆ สามารถมีกองกำลังส่วนตัวเพื่อที่จะปราบกบฏได้ ทำให้พวกผู้ครองแคว้นมีกำลังเข้มแข็งขึ้น ในที่สุดในสมัยพระเจ้าฮั่นเซ่าตี้ ต่งจัว (董卓 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าตั๋งโต๊ะ) ยกทัพมาจากซีหลง เข้ายึดเมืองหลวงปลงพระชนม์พระเจ้าเซ่าตี้ ตั้งพระอนุชาคือพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้ (汉献帝 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้) ขึ้นครองราชย์แทน ต่อมาหยวนเส้า (ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าอ้วนเสี้ยว) รวบรวมทัพจากสิบแปดหัวเมืองมาร่วมกันปราบต่งจัว ต่งจัวจึงเผาเมืองลั่วหยางแล้วพาพระเจ้าเซี่ยนตี้หนีไปอยู่ที่นครฉางอัน ต่อจากนั้นก็มีการแย่งชิงอำนาจกันอีกหลายครั้ง, ต่งจัวเสียชีวิต และในที่สุดเฉาเชา (ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าโจโฉ) ก็ได้เชิญเสด็จพระเจ้าเซี่ยนตี้กลับเมืองลั่วหยาง แต่แล้วเฉาเชาก็ตั้งตัวเป็นมหาอุปราชย์รวบอำนาจการปกครองและการบริหารบ้านเมืองเอาไว้เสียเอง และยังอวยยศให้ตัวเองเป็นอ๋องแคว้นเว่ย (魏国 – วุยก๊ก) ส่วนหลิวเป้ย (ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าเล่าปี่) ซึ่งถือตนเป็นพระเจ้าอาของพระเจ้าเซี่ยนตี้ ก็แยกออกมาตั้งตัวเป็นใหญ่ในแคว้นสู (蜀国 – จ๊กก๊ก) และไม่ยอมรับคำสั่งจากเฉาเชาอีก ทางด้านแคว้นอู๋ (吴国 – ง่อก๊ก) ซุนฉวน (孙权 — ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ออกเสียงว่าซุนกวน) ก็ตั้งตนเป็นใหญ่และไม่ยอมรับคำสั่งจากเฉาเชาเช่นกัน จนในที่สุดแผ่นดินจีนก็แตกแยกออกเป็นสามก๊ก แล้วก็รบราฆ่าฟันกันเรื่อยมาประมาณหกสิบกว่าปี จึงกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

สรุป:สาเหตุหลักๆที่ราชวงศ์ฮั่นล่มสลายเนื่องมาจาก

  • พระญาติของฮ่องเต้ฮุบพระราชอำนาจเอาไว้เมื่อตอนที่ฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์ และไม่ยอมคืนพระราชอำนาจให้ ดังเช่นหวางหม่างซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดาของฮ่องเต้ในยุคฮั่นตะวันตก และดังในสมัยพระเจ้าฮั่นเหอตี้ในยุคฮั่นตะวันออก
  • ฮ่องเต้ไม่สามารถดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้อย่างทั่วถึง บวกกับหลงมัวเมาในอยายมุขและสตรี ปล่อยให้ขันทีมีอำนาจแอบอ้างราชโองการปกครองบ้านเมืองแทน
  • เหล่าขุนศึก แม่ทัพ นายทหาร มีกองกำลังส่วนตัวเข้มแข็งกว่าส่วนกลาง จนไม่ยอมรับการสั่งการจากส่วนกลาง เช่นต่งจัวทำปฏิวัติพระเจ้าเซ่าตี้ ตั้งพระเจ้าเซี่ยนตี้ขึ้นครองราชย์แทนเป็นต้น
  • เหล่าข้าราชการกินสินบาทคาดสินบน เพราะต้องใช้เงิน“ซื้อ”ตำแหน่ง จึงต้อง“ถอนทุนคืน”โดยการฉ้อราษฎร์บังหลวง โกงกิน และรีดนาทาเร้นราษฎร จนทำให้เกิดกบฏชาวนา ลามปามมาเป็นกบฏโจรโพกผ้าเหลือง

     

    จริงๆแล้วในประวัติศาสตร์จีน สาเหตุของการล่มสลายของแต่ละราชวงศ์ไม่ต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่เกิดมาจากการแย่งชิงอำนาจ, การเมืองอ่อนแอ, ขุนนางโกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง รีดนาทาเร้นราษฏร, กฏหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์, ฮ่องเต้ลุ่มหลงมัวเมาอบายมุขหรือหลงสตรี, ฮ่องเต้โหดร้ายกดขี่ข่มเหงราษฎร แค่เหตุไม่กี่อย่างนี้เอง นับแต่ราชวงศ์เซี่ย ซาง โจว ฉิน ฮั่น จิ้น สุย ถัง ซ้อง หยวน หมิง ชิง เหตุผลแทบจะไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่หนักเบาต่างกันเท่านั้นเอง ช่างตรงกับคำที่ว่า “ประวัติศาศตร์มักจะย้อนกลับมาเสมอ”

    มีคำกล่าวไว้ “ถือกระจกเป็นคันฉ่อง ไว้ส่องดูความเรียบร้อยของการแต่งตัว ถือขุนนางและปัญญาชนเป็นคันฉ่อง เพื่อส่องดูการประพฤติปฏิบัติตัวและกิริยามารยาท ถือประวัติศาสตร์เป็นคันฉ่อง เพื่อส่องดูความผิดพลาดในอดีตนำมาเป็นบทเรียนให้กับปัจจุบัน (จะได้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก)”

    ก็ดูคันฉ่องราชวงศ์ฮั่นเป็นตัวอย่างละกันครับ

    ว่าจะไม่เขียนอะไรเครียดๆแล้วเชียวนา

    ข้อมูลประกอบการเขียนบทความนี้
    ราชวงศ์ฮั่น,
    http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99
    ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก, http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81
    กบฏโพกผ้าเหลือง, http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87

  • ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s