โจโฉกับอ้วนเสี้ยว


ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ อ่านได้หมดไม่ว่าจะเรื่องอะไร บางเรื่องก็อ่านได้หลายๆรอบ อย่างสามก๊กนี่อ่านมามากกว่าสามรอบ และถ้ามีโอกาสและมีเวลามากพอก็คงจะอ่านต่อไปเรื่อยๆอีกหลายๆรอบ โดยไม่สนว่าใครจะมาว่า “อ่านสามก๊กครบสามรอบคบไม่ได้” เพราะว่าอ่านกี่รอบก็ยังจำเรื่องราวต่างๆไม่ค่อยจะได้อยู่ดี เนื่องจากเนื้อหาของเรื่องสามก๊กนี้ยาวมาก และช่วงเวลาที่แผ่นดินจีนแตกเป็นสามก๊กนี้ก็นานไม่แพ้กัน (ราวๆ 90 ปี ตั้งแต่ค.ศ. 190 – 280 ในสมัยพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้จนถึงจิ้นอู่ตี้) ไหนจะเรื่องราวที่เกริ่นกันมาก่อนหน้าสมัยสามก๊ก คือสมัยพระเจ้าฮั่นหลิงตี้ เกี่ยวกับแก๊ง 10 คนและโจรโพกผ้าเหลือง รวมๆกันแล้วก็ร้อยกว่าปี ตัวละคอนที่โผล่ออกมามีเป็นร้อยๆ ใครจะไปจำกันได้หมด

ผมเองก็จำไม่หมดครับ แต่ก็มีบางตอนที่นึกถึงได้ขึ้นมาก็เมื่อมีเหตุการณ์คล้ายๆกันให้ได้สัมผัสรับรู้ด้วยตัวเอง เหมือนกับที่เคยมีคนบอกว่า “ประวัติศาสตร์มักจะย้อนรอยเดิมเสมอ” เวลานี้ก็มีเหตุอันเป็นต้องทำให้ผมระลึกถึงเรื่องของโจโฉ(เฉาเชา)กับอ้วนเสี้ยว(หยวนเส้า)ขึ้นมาจนได้สิน่า

โจโฉกับอ้วนเสี้ยวต่างก็เป็นลูกหลานคนใหญ่คนโต อ้วนเสี้ยวดูจะมีภาษีดีกว่าด้วยซ้ำเพราะสืบเชื้อสายเสนาบดีมาถึง 4 ชั่วคน แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องมาแพ้ให้กับโจโฉในยุทธการกัวต๋อ (กวนตู้) ไม่แพ้ปล่าวนะครับ แพ้ถึงขนาดสิ้นตระกูลเลยทีเดียว ทำไมอ้วนเสี้ยวที่มีกำลังพลมากมายถึง 700,000 คน ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลถึง 4 มณฑล ถึงแพ้ให้กับโจโฉที่มีพื้นที่ครอบครองแค่กระหยิบมือ มีทหารแค่ 70,000 น้อยกว่าตัวเองตั้ง 10 เท่า? น่าคิดนะครับ

ข้อแตกต่างระหว่างโจโฉกับอ้วนเสี้ยวก็ดังที่กุยแก (กัวเจีย) ได้บอกกับโจโฉดังนี้ครับ

อ้วนเสี้ยว โจโฉ
1. เน้นพิธีรีตรองละเลยประสิทธิภาพ 1. เน้นประสิทธิภาพมากกว่า
2. ดื้อรั้น ไม่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ 2. ไม่ยึดติดในกรอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
3. หลักการณ์คลุมเครือ ไม่รักษาระเบียบวินัย จะทำอะไรก็ยกอ้างโวหารเปรียบเปรยเพื่อให้ดูเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูก (ชอบเลี่ยงบาลี ไม่สนกฏเกณฑ์ยกเว้นแต่กฏเกณฑ์นั้นจะช่วยให้ตัวเองบรรลุจุดประสงค์ส่วนตัวบางอย่าง) 3. มีหลักการณ์ ยึดถือตัวบทกฏหมาย ไม่ทำตามอารมณ์
4. สร้างภาพว่าใจกว้าง แต่ที่จริงใจแคบ เต็มไปด้วยความระแวงและริษยา ต่อหน้าก็ว่ารัก ลับหลังก็ว่าชัง ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เห็นแก่ญาติพี่น้องของตนอย่างเดียว 4. โอบอ้อมอารี จริงใจต่อลูกน้อง ไม่เสแสร้ง ไม่เห็นแก่ญาติพี่น้อง
5. มีอุบายมาก แต่ไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด 5. เด็ดขาดและยุติธรรม แม้ญาติพี่น้องทำผิดก็ลงโทษโดยไม่ไว้หน้า
6. ชอบฟังแต่คำสอพลอ ไม่ชอบฟังคำทัดทาน ดึงดันที่จะทำตามความคิดของตัวเอง (ไม่รู้ว่าจะหาที่ปรึกษามามากมายทำอะไร เพราะพี่ท่านเล่นไม่ฟังใครเลย) 6. ไม่ถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ เมื่อคิดจะทำอะไรหากมีคนท้วงติงด้วยเหตุผลที่ดีก็จะรับฟัง
7. มองแต่ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดวิสัยทัศน์ ชอบอวดอ้างแสนยานุภาพ แต่ไม่มีหลักการณ์ วางแผนมั่วๆ ชนะหรือแพ้ก็คาดเดาไม่ได้ (ข้อนี้เข้าทำนอง “โง่อวดฉลาด” ยังไงยังงั้นเลย) 7. มีวิสัยทัศน์ คิดอ่านวางแผนอย่างเป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง ทำให้สามารถคาดเดาผลสำเร็จ-ล้มเหลวล่วงหน้าได้
8. หลงใหลแต่ชื่อเสียงและคำยุยง 8. หนักแน่น ไม่หลงเชื่อคำคนยุยงง่ายๆ
9. ฟังความข้างเดียว ไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี 9. มีสติปัญญาแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้
10. มีบุคลากรเยอะ แต่ใช้งานคนไม่เป็น เพราะเลือกใช้แต่หมู่ญาติมิตรหรือคนใกล้ชิด ไม่ได้ดูที่ความสามารถ ชอบคนที่มาห้อมล้อมประจบเอาใจ คนเก่งๆแต่สอพลอไม่เป็นก็เลยไม่ได้เกิด 10. ใช้งานคนโดยเน้นที่ความสามารถ ไม่ว่าอยู่ใกล้หรือไกล ถ้ามีฝีมือดี ทำงานเก่ง ก็จะได้รับประโยชน์เท่ากัน เมื่อเวลาพิจารณาผลงานก็ให้รางวัลเต็มที่ ไม่เคยตระหนี่กับผู้ที่มีความดีความชอบ จึงมีคนเก่งมาทำงานอยู่ด้วยมาก

บทเรียนจากตัวอย่างข้างบนนี้ก็คือ “ผู้นำ” หรือ “หัวหน้า” นอกจากจะเก่งและมีวิสัยทัศน์แล้ว จะต้องมีความสามารถที่จะคิดและวิเคราะห์คน ใช้คนเป็น พูดง่ายๆก็คือต้องรู้จักลูกน้องนั่นเอง นอกจากนี้จะต้องมีความยุติธรรม ไม่ลำเอียง ไม่หูเบา โอบอ้อมอารี รู้จักการเสียสละ รู้จักการ “ให้” ไม่ใช่คอยแต่จะ “รับ” เอาแต่ได้ถ่ายเดียว และที่สำคัญต้อง “กล้า” ด้วยครับ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่ประเภท “ปากกล้าขาสั่น” นะครับ นั่นมันคนละประเด็น

สำหรับคนที่เป็นลูกน้อง หรือ ลูกจ้าง ก็คงอยากจะมีนายแบบโจโฉมากกว่าอ้วนเสี้ยว เพราะนายแบบโจโฉนั้นจะเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ลุย ไม่มาคอยล้วงลูก ทำให้ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และมีโอกาสเติบโตในสายงานตามสติปัญญาความสามารถของตัว ส่วนนายแบบอ้วนเสี้ยวนั้นคงต้องมีแต่ลูกน้องประเภทหุ่นยนตร์เท่านั้นแหละครับ สั่งอะไรทำอย่างนั้นไม่ต้องคิด เพราะนายคิดให้เองหมด แต่ก็ไปเรื่อยๆ ไม่มีโต ยกเว้นจะรู้จักประจบสอพลอ แต่ที่สำคัญที่ต้องระวังก็คือ อาจจะต้องกลายมาเป็นแพะรับบาปแทนนายอีก เพราะอ้วนเสี้ยวเป็นคนประเภทไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดเสียด้วย

น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง ที่ผมจะขอบอกให้ทราบว่า นายประเภทโจโฉนั้นหายากจริงๆ เท่าที่พบเห็นส่วนใหญ่จะเป็นแบบอ้วนเสี้ยวทั้งนั้นเลยครับ สงสัยจริงว่ามนุษย์เผ่าพันธ์นายแบบโจโฉนี่คงจะแพร่พันธ์ด้วยอัตราเลขคณิต (Arithmetic Progression) ถึงได้มีน้อยเหลือเกิน ส่วนมนุษย์เผ่าพันธ์นายแบบอ้วนเสี้ยวนี่คงจะแพร่พันธ์ด้วยอัตราเรขาคณิต (Geometric Progression) ถึงได้มีเยอะแยะเต็มไปหมด

เท่าที่พบเห็นมา ที่ดีๆหน่อยก็เป็นแบบผสมๆน่ะครับ เป็นแบบโจโฉ ซัก 7-8 ข้อ อ้วนเสี้ยวซัก 2-3 ข้อ ได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ โอกาสจะเลือกนายมีน้อยเต็มที

3 กรกฎาคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s