กระจกเงาแห่งแอริแซด (The Mirror of Erised)


สืบเนื่องจากเรื่อง “นาคีมีพิษเพี้ยง… สุริโย (โคลงโลกนิติ #1)” ที่ผมเขียนไปเมื่อคราวก่อน ผมนึกได้ถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจและน่าจะหยิบมาเป็นประเด็นใหขบคิดกันต่อไปได้

ประเด็นที่ว่าก็คือ เรื่องของ “ภาวะจิตใจ” ครับ เพราะคนประเภท “แมงป่อง” ที่ “ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี” นี้ ถ้าจะมาวิเคราะห์เจาะลึกกันให้ดีแล้วจะพบว่า ส่วนลึกในใจพวกเขาก็มีความต้องการในระดับพื้นฐานของมนุษย์เหมือนพวกเราทั่วไปน่ะแหละ เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้น ความต้องการพื้นฐานอย่างหนึ่ง ก็คือ ต้องการ “การยอมรับ” จากสังคมนั่นเอง แต่ด้วยความรู้สึกที่ขาดพร่องหรืออ่อนด้อยในบางสิ่ง ทำให้มีการแสดงออกจนเกินงาม แต่คนประเภท “นาคี” ที่ “เลื้อยบ่ทำเดโชแช่มช้า” นั้น ไม่มีปัญหาในเรื่องความรู้สึกขาดพร่องหรืออ่อนด้อยเหล่านั้น แต่อาจจะมีความรู้สึกด้วยซ้ำไปว่าตัวเองมีดีอยู่ในตัวมากพอที่คนอื่นๆจะรับรู้ได้ หรือไม่ก็เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วดังนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องอวดโอ่อะไร

มันไม่เกี่ยวว่าคนๆนั้นจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานหรือฐานะทางสังคมอ่อนด้อยหรือสูงส่งแต่อย่างไรนะครับ เพราะบางคนที่มีหน้าที่การงานตำแหน่งสูงก็เป็นประเภท “แมงป่อง” มีให้เห็นเยอะแยะ

จากเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึง กระจกเงาแห่งแอริแซด (The Mirror of Erised) ในเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค ศิลาอาถรรพ์ ขึ้นมาได้  –แล้วมันจะเกี่ยวกันไหมนี่ –ทนๆอ่านไปก่อนครับ เดี๋ยวผมจะลากมันให้มาเกี่ยวกันให้ได้😉

ในเรื่องบอกว่า “กระจกเงานี้จะส่องให้เห็นความปรารถนาที่อยู่ในก้นบึ้งที่ลึกที่สุดในจิตใจของเรา”  ลองสังเกตคำว่า Erised ดีๆนะครับ จะเห็นว่ามันเป็นการเรียงลำดับอักษรที่กลับกันกับคำว่า Desire –ความปรารถนา ดังนั้น กระจกเงาแห่งแอริแซดก็คือ “กระจกเงาที่สะท้อนความปรารถนา” นั่นเอง และสิ่งที่ ศจ.ดัมเบิ้ลดอร์พูดกับแฮร์รี่ว่า “คนที่มีความสุขที่สุดในโลก จ้องกระจกนี้แล้วจะเห็นแต่ตัวเขาอย่างที่เป็นอยู่เท่านั้น” และ “กระจกนี้ไม่ให้ความรู้หรือความจริงแก่เรา ผู้คนเสียเวลามายืนส่องมันจนถึงกับคลั่งไคล้…” และ  “…ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในความฝันและลืมชีวิตจริง”

สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ คนที่เป็นประเภท “นาคี” นั่นแหละ คือคนที่(ถ้าได้)ส่องกระจกเงาแห่งแอริแซดนี้แล้วก็จะเห็นแต่ตัวเขาอย่างที่เป็นอยู่ ส่วนคนที่เป็นประเภท “แมงป่อง” ก็จะเห็นแต่สิ่งที่เขาอยากเป็น แต่ไม่ได้เป็นหรือเป็นไม่ได้ –เมื่อไม่ได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็นก็เลยเป็นทุกข์ไงครับ ดังนั้นคนเหล่านี้เป็นคนที่ไม่มีความสุขนะครับ ก็จงช่วยเห็นใจเขาและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นหรืออยากจะเป็น ถ้าหากสิ่งนั้นไม่มีผลกระทบอะไรกับเราและไม่ทำให้เราเดือดร้อน ถือเป็นการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากประการหนึ่งเชียวครับ

ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในความฝันและลืมชีวิตจริง

โอ… นี่ผมลากสองเรื่องนี้ให้มาเกี่ยวกันได้จริงๆด้วยนะนี่ 

 

หมายเหตุ ที่มาร์คไว้ท้ายชื่อเรื่องด้วย “#1” แปลว่าอาจจะมี “ภาคต่อ” อีกก็ได้ หรืออาจจะไม่มีก็ได้นะครับ ต้องติดตาม😉

22 มิถุนายน 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s