เคล็ดวิชาฆ่ามังกร


เป็นเวลานานมากแล้วที่ผมหยุดเขียนบล็อกไป เนื่องจากภาระหน้าที่การงานอันแสน(ความจริงล้าน)จะวุ่นวาย … อืมมมมม ใครๆก็อ้างกันแบบนี้ มันดูเท่ดี

วันนี้ผมมารื้อๆไฟล์ในเครื่อง กะว่าจะลบไฟล์ที่ไม่ค่อยจะจำเป็นทิ้งไปซะบ้าง เพราะมันก็ชักจะหนักๆเครื่องเหลือหลายแล้ว พื้นที่ทำงานชักจะเหลือน้อยลงทุกที ระหว่างที่รื้อค้นเปิดปิดไฟล์อยู่วุ่นวายก็ไปพบกับเรื่องนี้เข้าซึ่งผมจำได้ว่าเพื่อนรุ่นน้องคนนึงส่งมาให้ทางอีเมล์เมื่อไม่นานมากนัก ก็เลยเปิดอ่านดูอีกที แลเห็นว่ามีประโยชน์ดีและกระตุ้นต่อมความคิดได้ ก็เลยเอามาแชร์ให้กันครับ

เรื่องนี้คัดมาจากคอลัมน์《คารมคมคิด》ของ อ.ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม คาดว่าน่าจะมาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เพราะในไฟล์ที่ส่งมาไม่มีชื่อหนังสือพิมพ์ครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้เรียบเรียงมาจาก《คัมภีร์จวงจื๊อ》อีกทีครับ ซึ่งผมขอเล่าคร่าวๆแล้วกัน สำหรับเนื้อหาเต็มๆลองไปหาอ่านกันในกรุงเทพธุรกิจครับ

《เคล็ดวิชาฆ่ามังกร》
เรื่องมีอยู่ว่า “ในอดีตมีชายผู้หนึ่งเป็นผู้ที่กระตือรือล้นอยากเรียนรู้สิ่งต่างๆไปหมด เมื่อได้ยินว่ามีคนที่สามารถฆ่ามังกรได้ ก็รีบขายบ้านขายทรัพย์สิน แล้วออกเดินทางไปขอเป็นลูกศิษย์ของคนที่ฆ่ามังกรได้คนนั้น ผ่านไปหลายปีก็เรียนสำเร็จวิชาฆ่ามังกรแล้วก็กลับมาที่บ้านเกิด ชาวบ้านก็มารุมสอบถามว่าได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง ชายผู้นี้ก็เล่าให้ชาวบ้านฟังถึงวิธีการฆ่ามังกร จะจับหัวมังกรอย่างไร จะกระโดดขึ้นขี่มังกรอย่างไร จะเอาดาบแทงมังกรอย่างไรให้ตายในดาบเดียว ฯลฯ…. ในขณะที่เขากำลังเล่าอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น มีชายชราผู้หนึ่งถามว่า ‘พ่อหนุ่ม แล้วเธอจะไปฆ่ามังกรที่ไหนล่ะ?’ ชายผู้เรียนวิชาฆ่ามังกรมานั้นก็รู้สึกอึ้ง เหมือนถูกน้ำเย็นรดลงกลางศีรษะ เพราะเขาคิดขึ้นได้ว่า ทุกวันนี้ไม่มีมังกรให้เห็นอีกแล้ว เคล็ดวิชาที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาแทบตาย กลับไม่มีโอกาสนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียว”

ครับ บางทีคนเราก็อยากเรียนรู้ไปเสียทุกอย่าง โดยไม่ได้คิดถึงเลยว่า สิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้นจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

บางทีบางคนก็สักแต่ว่าเรียนๆมันเข้าไป ขอแค่ได้วุฒิบัตรมาก็พอแล้ว ส่วนไอ้วิชาที่ได้มานั้นจะสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ได้ก็ชั่งหัวมัน

แต่บางทีบางคนก็เรียนรู้และมีความรู้ความสามารถอยู่มากมาย แต่ก็ไม่มีโอกาสจะได้ใช้ เหมือนกับชายในเรื่องที่มีความสามารถฆ่ามังกรได้ แต่ไม่มีมังกรให้ฆ่าเสียแล้ว ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) ที่ว่า “Ability without opportunity means NOTHING”

19 พฤษภาคม 2552

2 comments

  1. มันคล้ายๆกับโคลงโลกนิติ บทนี้เลยครับ "แม้นมีความรู้ดั่ง สัพพัญญู ผิบ่มีคนชู ห่อนขึ้น หัวแหวนค่าเมืองตรู ตาโลก ทองบ่รองรับพื้น ห่อนแก้วมีศรีฯ"ถึงจะมีความรู้ความสามารถมากมาย แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถนั้นๆ หรือไม่มีคนสนับสนุน มันก็ทำอะไรได้ยากจริงๆ

  2. จากเรื่องนี้ผมไม่ได้ให้ "หยุด" เรียนรู้ และไม่ทำอะไรเลยหรือรอแต่โอกาสอย่างเดียวนะครับ เพราะถ้าไม่รู้อะไรเลย ไม่มีความสามารถอะไรเลย ถึงจะมีโอกาสก็เปล่าประโยชน์อีกเช่นกัน"เตรียมตัวให้พร้อมไว้เสมอ เมื่อมีโอกาสจะได้หยิบฉวยเอาไว้ได้" หรือหากไม่มีโอกาสจริงๆ ก็ต้องแสวงหากันเอาเองล่ะครับ เพราะโอกาสไม่ได้ลอยมาเข้ามือเอง แต่เราต้องไขว่คว้าหามัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s